วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วันที่ 10 กรกฎาคม 2554 เรื่องการบริการ ( Inquiry Service)

สรุปความรู้ที่ได้รับจากการเรียน รายวิชา 023707 บริการสารสนเทศ

ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2554
เรื่องการบริการ ( Inquiry Service)
โต๊ะให้บริการตอบคำถาม

                 เป็นบริการช่วยผู้ใช้ในการค้นหาคำตอบที่ต้องการ ซึ่งผู้ใช้อาจสอบถามด้วยตนเอง ที่โต๊ะบริการตอบคำถาม สอบถามทางโทรศัพท์ การให้บริการตอบจะมีลักษณะแตกต่างออกไปตามประเด็นปัญหาของผู้ใช้ ลักษณะของคำถามอาจเป็นคำถามทั่วไปเกี่ยวกับห้องสมุด เช่น คำถามเกี่ยวกับแหล่งจัดเก็บและบริการหนังสือ วารสาร วัสดุไม่ตีพิมพ์ ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือ สัญลักษณ์ต่างๆ เป็นต้น หรืออาจเป็นคำถามที่ต้องใช้หนังสือ หรือหลักฐานอ้างอิงในการค้นหาคำตอบ หรืออาจเป็นเรื่องของการแนะนำหนังสือ วารสาร วัสดุสารสนเทศอื่นๆ ให้เลือกอ่านตามความสนใจ 
บริการสารสนเทศ
1.             บริการตอบคำถาม (Replies to Inquiries Services)
2.             บริการยืมระหว่างห้องสมุด (Interlibrary Loan Service - ILL)
3.             บริการจัดส่งเอกสาร (Document Delivery Service - DD)
4.             บริการข่าวสารทันสมัย (Current Awareness Service - CAS)
5.             บริการรวบรวมบรรณานุกรม (Bibliographical Services)
6.             บริการค้นสารสนเทศออนไลน์ (Online Information Retrieval Services)
7.             บริการชี้แนะแหล่งข้อมูล (Referral Service หรือ Information and Referral Service-I&R)
8.             บริการช่วยการวิจัย (Research service)  บริการการแปล (Translation Service)
ปรัชญาการบริการ
1.             ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการ
2.             ความต้องการสารสนเทศเฉพาะบุคคล
3.             ผู้ใช้ได้มาซึ่งสารสนเทศอย่างรวดเร็ว
ความสำคัญของการบริการอ้างอิงและสารสนเทศ
1.             ช่วยให้บริการตรงกับความต้องการของผู้ใช้ 
2.             สนับสนุนการใช้ห้องสมุด
3.             ประหยัดเวลาในการค้นคว้าหาข้อเท็จจริง
4.             ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างห้องสมุดและผู้ใช้


วิธี(ระดับ)การบริการ
1.             ห้องสมุดเฉพาะ  ตอบคำถามอย่างรวดเร็ว (ได้สารสนเทศที่ต้องการ)
2.             ห้องสมุดโรงเรียน สอนการใช้
3.             ห้องสมุดประชาชน ช่วยหาสารสนเทศที่ต้องการ พัฒนาทักษะการสืบค้น
4.             ห้องสมุดมหาวิทยาลัย  ตอบคำถามอย่างรวดเร็ว  ช่วยค้นสารสนเทศที่ต้องการ สอนการใช้ห้องสมุด (ทักษะการสืบค้น)
ประเภทคำถามอ้างอิง
1.             คำถามโดยตรงหรือข้อแนะนำ (Directional Question)
2.             คำถามที่ต้องการข้อเท็จจริง (Ready Reference Question)
3.             คำถามที่ต้องการค้นคว้าข้อเท็จจริง (Specific search Question)
4.             คำถามที่ต้องอาศัยการค้นคว้าวิจัย (Research Question)
                การให้บริการตอบคำถามนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
1.        บริการโดยตรง (Direct reference services) บริการที่บรรณารักษ์ออกไปบริการตอบคำถามแก่ผู้ใช้     โดยตรง รวมถึงการให้บริการสอนการใช้ในห้องสมุด
2.        บริการทางอ้อม (Indirect reference services) งานที่บรรณารักษ์เตรียมดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการบริการ เช่น การเลือกและการจัดหา การบริหารและจัดดำเนินการ การจัดหาวิธีทาง การประชาสัมพันธ์ การประเมินผล งานประจำเพื่อช่วยการทำงาน และงานดูแลรักษา เช่น บันทึกคำถาม
ความแตกต่างของบริการตอบคำถาม (Inquiry service) แบบเดิมและแบบใหม่
                แบบเดิม
                   บริการที่โต๊ะบริการ
                   บริการทางจดหมาย
                   บริการทางโทรศัพท์
                   บริการทางโทรสาร
                แบบใหม่
                บริการการอ้างอิงที่นำเสนอทางออนไลน์หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า (ดิจิตอลอ้างอิงบริการอ้างอิงเสมือนจริง)
New reference service models

บริการสมัยใหม่ที่ได้มีการนำมาปรับใช้ในการให้บริการห้องสมุด คือ
1.             บริการอีเมล์ ( E-mail ), Web form
2.             บริการ Chat
-      Basic chat-  IM,  Voice Over IP, Skype, Video Conference
-      Web call center
3.             ความร่วมมือ

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันที่ 26 มิถุนายน - บริการยืม-คืน/จ่าย-รับ (Circulation Service)

สรุปความรู้ที่ได้รับจากการเรียน รายวิชา 023707 บริการสารสนเทศ 

ในวันที่ 26 มิถุนายน 2554

ที่มารูปภาพ: หอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สรุปความรู้ที่ได้รับจากการเรียน รายวิชา 023707 บริการสารสนเทศ 

ในวันที่ 26 มิถุนายน 2554

บริการยืม - คืน/จ่าย - รับ ( Circulation Service )
(OA=Open Access คือ การเข้าถึงแบบเปิด)
เป้าหมายหลัก
เป้าหมายหลัก
                -  การเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ
                    หลักการก็คือรังกานาธาน (ปกิณกะ:รังกานาธานและปรัชญาวิชาชีพบรรณารักษ์)
           1.  หนังสือมีไว้ใช้ประโยชน์ (Books are for use) หนังสือทุกเล่มในห้องสมุดจะให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านไม่ว่าจะ 
                เป็นการให้ความรู้ ความคิด ความจรรโลงใจ หรือความบันเทิง                                     
  2.  ผู้อ่านแต่ละคนมีหนังสือที่ตนจะอ่าน (Every reader his book) ห้องสมุดจะต้องพยายามจัดหาหนังสือ ให้ตรง     กับความต้องการของผู้ใช้บริการ
   3.  หนังสือทุกเล่มมีผู้อ่าน (Every books its reader) ห้องสมุดจะต้องพยาามช่วยให้หนังสือทุกเล่มในห้องสมุดได้มีผู้อ่านเพื่อให้เกิดประโยขน์สูงสุด
  4.  ประหยัดเวลาของผู้อ่าน (Save the time of the reader) พยายามหาวิธีต่างๆ ที่จะช่วยผู็ใช้พบกับหนังสือเล่มที่  ต้องการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
  5.  ห้องสมุดเป็นสิ่งเจริญเติบโตได้(Library is Growing organism) หรือห้องสมุดเป็นสิ่งมีชีวิต ห้องสมุดจะต้องพยายามจัดหาหนังสือและวัสดุเพิ่มขึ้นอยู่เสมอ
http://www.gotoknow.org/blog/library-librarian/256597  30 มิถุนายน 2554
นำไปศึกษาค้นคว้านอกสถานที่ได้
ปรัชญาของการบริการ ยืม คืน
        -  ให้ความเท่าเทียมกันและเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด (Guarantee equal and fair to the library collection) คือเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงในสิ่ง ที่ตัวเองต้องการโดยทั่วกันได้ เช่นบริการจอง บริการหนังสือสำรอง บริการยืมต่อ รวมไปถึงค่าปรับด้วย
                -  กำหนดนโยบายและระเบียบโดยมีวัตถุประสงค์ให้มีการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศให้มากที่สุด (Therefore, libraries determine circulation policies and routines with the goal providing maximum access to the materials) ให้คนสามารถเข้าถึงทรั พยากรสารสนเทศให้มากที่สุด ขั้นตอนวิธีการ การดำเนนินงานต่างๆ บรรณารักษ์ต้องคอยติดตามความรู้ใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อทำให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงสารสนเทศมากขึ้น
บทบาทหน้าที่ของบริการยืม คืน
                 ควบคุมการยืม – คืน  เป็นบริการพื้นฐานที่ต้องมีในห้องสมุดสมัยใหม่ สืบเนื่องมาจากภารกิจของห้องสมุดรวมทั้งเป้าหมายขององค์กร สิทธิความเท่าเทียม และตอบสนองความต้องการสารสนเทศได้ (Librarians access: We provide timely, convenience, equal access to materials   )
                การประชาสัมพันธ์ห้องสมุด คือ จุดแรกที่มองเห็น การมาติดต่ออย่างมากในห้องสมุด ความประทับใจ การให้ความช่วยเหลือ และการบริการที่ได้รับจึงมีผลกระทบต่อผู้มาใช้บริการ ซึ่งบริการนี้อาจเป็นสิ่งตัดสินคุณภาพการบริการห้องสมุด (Its role in influencing the user opinion regarding the quality of the library service)
กระประชาสัมพันธ์
                -  จุดที่มีการบริการทั้งหมด ถือว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการ (Almost every transaction a library is an act of customer  relations)
                -  ผู้ใช้คาดหวังกับเจ้าหน้าที่ห้องสมุดในทุกๆเรื่อง (Patrons expect library  staff to knew everything)
สาเหตุที่ผู้ใช้ไม่พอใจ
                -  ไม่สามารถหาสิ่งที่ต้องการได้
                -  ไม่ได้รับการแจ้งเตือนกำหนดการส่ง หรือแจ้งเตือนการส่งเข้า
                -  ระยะเวลาในการยืมสั้น
                -  การจำกัดครั้งในการยืม
                -  ค่าปรับ
                -  เสียงรบกวน
                -  ไม่พอใจบริการที่ได้รับจากบรรณารักษณ์
                -  ร้อนหรือเย็นเกินไป
                -  เครื่องสำเนาเอกสาร เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่างๆ ใช้งานไม่ได้
                -  กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นอับชื้นเช่น เชื้อราจากหนังสือ พรมที่อับชื้น
การจัดการระบบห้องสมุด
                -  ห้องสมุดขนาดเล็ก บรรณารักษ์ทำหน้าที่ดูแลงานเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย ขั้นตอนการดำเนินงาน กฎระเบียบ และแนะนำดูแลการทำงานเจ้าหน้าที่ 
                -  ห้องสมุดขนาดใหญ่ มีหัวหน้าแผนกดูแลบรรณารักษณ์ โดยบรรณารักษ์ดูแลงานด้านการจัดการ
                -  ห้องสมุดขนาดใหญ่มาก จะมีหัวหน้าดูแลภายใต้การควบคุมของผู้ช่วยบรรณารักษ์และหัวหน้าบรรณารักษ์ที่ทำหน้าที่ดูแล
ความรู้และทักษะที่ต้องการ
                -  มีใจรักในงานบริการ มีความอดทนสูง
                -  มีความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรที่มีไว้บริการ
                -  มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูล OPAC
                -  มีไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
                -  มีมนุษยสัมพันธ์ดี
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในงานบริการยืม-คืน
1.เทคโนโลยีรหัสแถบ ( Bar code )
                เป็นการกำหนดรหัสในรูปแบบสีขาวและสีดำ ที่มีความแตกต่างด้านความกว้างแทนตัวเลขและตัวอักษร
Barcode Label

                ที่มา http://www.tigerrlabel.com/rolls/bar_product_1.php

2. คิวอาร์โค้ด (QR code,2D Bar code)
     
            เป็นเทคโนโลยีที่อยู่กึ่งกลางระหว่างรหัสบาร์โค้ด และเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี สำหรับใช้ในการยืม-คืนหนังสือ โดยการนำมาใช้ต้องจัดทำบาร์โค้ด 2 มิติ 2 ดวง มีลักษณะเด่นที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการผลิต เพราะสามารถผลิตจากกระบวนการทำรายการห้องสมุดและพิมพ์ออกมาทำการติดที่ตัวเล่มหนังสือได้ทันที
            ซึ่ง QR code สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า 4,000 ตัวอักษร บรรจุข้อมูลได้หลากหลายภาษา และในปัจจุบันได้นำมาประยุกต์ใช้กับการบริการห้องสมุดไว้หลายๆแห่ง เช่น บริการยืม-คืน บริการหนังสือใหม่ การจัดทำข้อมูล CIP ของหนังสือ เป็นต้น อนาคตในการกำหนดบาร์โค้ด 2 มิติ ให้กับสำนักพิมพ์ ผู้จัดพิมพ์หนังสือที่ยืนความจำนงในการขอรับเลข ISBN
QRCODE.JPG

               ที่มา http://wiki.nectec.or.th/bu/ITM532Students_2008/KatReport

3.  เทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identify)


           เป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุ เพื่อระบุอัตลักษณ์ของวัตถุหรือเจ้าของวัตถุที่ติดป้ายอาร์เอฟไอดีแทนการระบุด้วยวิธีอื่น จุดเด่นของอาร์เอฟไอดี สามารถอ่านข้อมูลจากแท็กได้หลายๆแท็กแบบไม่ต้องมีการสัมผัส ข้อดี สามารถบ่งชี้หรืออ่านข้อมูลได้ โดยวัสดุนั้นไม่ต้องอยู่ในแนวระดับที่มองเห็น ซึ่งอ่านข้อมูลผ่านสิ่งกีดขวางหรือผ่านวัตถุได้รวดเร็วและการอ่านข้อมูลจะอ่านที่อยู่ในรัศมีการอ่านได้ครั้งเดียว ในที่นี้ห้องสมุดแห่งแรกที่ติดตั้งระบบเทคโนโลยี RFID คือ ห้องสมุดของ Rockefeller University in New York ส่วนห้องสมุดประชาชนแห่งแรกที่นำเทคโนโลยี RFID มาใช้ คือ Farmington Community Library ในรัฐมิชิแกน



วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันที่ 19 มิถุนายน - บริการห้องสมุด



สรุปความรู้ที่ได้รับจากการเรียน รายวิชา 023707 บริการสารสนเทศ 

ในวันที่ 19 มิถุนายน 2554

บริการห้องสมุด
งานห้องสมุด
                     งานห้องสมุด สามารถจัดแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ งานบริหาร (Administration Function) งานเทคนิค (Technical Function) และงานบริการ (Service Function) ซึ่งงานแต่ละประเภทมีรายละเอียดดังนี้
                1. งานบริหาร (Administration Function)
                     การกระทำกิจกรรมใดๆ ในงานของห้องสมุดให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์ โดยมีการกำหนดนโยบายและควบคุมดูแลการทำงานของห้องสมุด รวมถึงการเลือกหาหนังสือ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ มาไว้ในห้องสมุด เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ดำเนินไปด้วยดี ตามกำลังของงบประมาณที่ได้จัดสรร
                2. งานเทคนิค (Technical Function)
                     การเตรียมงานบริการห้องสมุด มีหน่วยงานหลักๆ คือ หน่วยพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ ทำหน้าที่ให้บริการสารสนเทศที่มีการบันทึก และหน่วยงานวิเคราะห์สารสนเทศ ทำหน้าที่ในการจัดระเบียบสารสนเทศเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย งานเทคนิคในห้องสมุดจะประกอบไปด้วย งานจัดหาและพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ  งานควบคุมวารสาร งานวิเคราะห์หมวดหมู่และทำรายงานทรัพยากรสารสนเทศ และงานซ่อมและเย็บเล่มหนังสือ
                3. งานบริการ (Service Function)
                     รับผิดชอบการให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ รวมทั้งจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศพร้อมสำหรับให้บริการ โดยมีเป้าหมายคือการจัดบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้และเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศที่ถูกต้อง สมบูรณ์และรวดเร็ว
                     งานบริการสารสนเทศสามารถแบ่งย่อยการบริการได้ เช่น การยืม คืนหนังสือ การจองหนังสือ บริการตอบคำถาม บริการสาระสังเขปและดรรชนี บริการสารสนเทศทันสมัย บริการเลือกสรรสารสนเทศเฉพาะบุคคล บริการรวบรวมบรรณานุกรม บริการชี้แนะแหล่งสารสนเทศ บริการยืมระหว่างสถาบันบริการสารสนเทศ บริการจัดส่งสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ บริการสารสนเทศเชิงพาณิชย์ บริการสืบค้นสารสนเทศจากฐานข้อมูลต่างๆ และบริการสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
                     ดังนั้น งานห้องสมุดในแต่ละห้องสมุดนั้นอาจจะมีกระบวนการทำงานหรือแผนกย่อยๆ ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ขนาด ผู้ใช้หรือประเภทของห้องสมุดแต่ละแห่งว่ามีวัตถุประสงค์ในการให้บริการอย่างไร นอกจากนั้นยังอาจแตกต่างกันด้วยตามนโยบาย งบประมาณและความต้องการของผู้ใช้

งานบริการห้องสมุด
                     งานบริการห้องสมุด คืองานที่ห้องสมุดจัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในด้านการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้และส่งเสริมการอ่านให้กว้างขวางและทั่วถึง เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศอย่างรวดเร็ว และตรงตามความต้องการมากที่สุด รวมถึงการจัดบรรยากาศที่ดี เป็นระเบียบ ทำให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกที่ดีและประทับใจเมื่อเข้าใช้บริการ

ความสำคัญของการบริการห้องสมุด
                1. เป็นองค์ประกอบที่เกื้อหนุนการพัฒนาห้องสมุด การติดต่อสัมพันธ์กับผู้ใช้ห้องสมุดจำนวนมาก สามารถสร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่ห้องสมุดและสร้างความนิยมจากผู้ใช้บริการได้
                2. ส่งเสริมสนับสนุนในด้านการศึกษา เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่และคุ้มค่า
                3. ด้านเศรษฐกิจ ประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อเพราะผู้ใช้สามารถนำเงินที่จัดซื้อหนังสือ วารสาร เพื่อพัฒนาความรู้ ความก้าวหน้าทางวิชาการได้อย่างเต็มที
                4. ด้านวัฒนธรรม ส่งเสริมประเพณีและเอกลักษณ์ของสังคม ทำนุบำรุงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นเพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้
                5. การเมืองและการปกครอง ส่งเสริมระบอบการเมืองและการปกครอง โดยการให้บริการห้องสมุดแก่ประชาชน เพื่อให้มีความรู้ สติปัญญา มีความก้าวหน้าในวิชาชีพของบุคคล เมื่อประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับระบอบการเมืองและการปกครอง จะช่วยสนับสนุนการปกครองและประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรือง
                     ดังนั้น การบริการห้องสมุด คือหัวใจสำคัญต่องานสถาบันบริการสารนิเทศ เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทุกระดับ ในการสนับสนุนการเรียนการสอน ให้เกิดการเรียนรู้ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ใช้ประโยชน์จากการอ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู้และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้

ประเภทงานบริการห้องสมุด
                1. บริการพื้นฐาน เป็นบริการพื้นฐานที่ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะได้รับการเข้าใช้จากสถาบันบริการสารนิเทศ รูปแบบของการให้บริการจะขึ้นอยู่กับนโยบายและวัตถุประสงค์ของห้องสมุด ประกอบด้วย
                      1.1.1   บริการผู้อ่าน (Reader Services) การบริการที่ห้องสมุดจะจัดหาและคัดเลือกหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ จัดเตรียมสถานที่อำนวยความสะดวกต่อการอ่าน เพื่อตอบสนองความต้องการและความสนใจของผู้ใช้บริการ
                      1.1.2   บริการยืม คืน (Circulation Services) การบริการให้ยืม คืนทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ ตามระเบียบการยืมของสถาบัน รวมถึงการบริการตรวจสอบและบริการจอง (Inventory and Hold Services) และบริการหนังสือสำรอง (Reserve Service)
                2. บริการอ้างอิงและสารสนเทศ (Reference and Information Services) ประกอบไปด้วยลักษณะงาน 3 กลุ่มคือ
                      1.2.1   บริการสารสนเทศ (Information services) ตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า การบริการสารสนเทศประกอบไปด้วย เช่น
                                   -     บริการยืมระหว่างห้องสมุด
                                   -     บริการจัดส่งเอกสาร (Document Delivery Service - DD)
                                   -     บริการทำสำเนา (Copies Service)
                                   -     บริการข่าวสารทันสมัย (Current Awareness Service - CAS)
                                   -     บริการตอบคำถาม (Replies to Inquiries Services)
                                   -     บริการจัดทำดรรชนีและสาระสังเขป (Indexing and Abstracting Services)
                                   -     บริการรวบรวมบรรณานุกรม (Bibliographical Services)
                                   -     บริการการแปล (Translation Service)
                                   -     บริการค้นสารสนเทศออนไลน์ (Online Information Retrieval Services)
                                   -     บริการยืมระหว่างห้องสมุด (Interlibrary Loan Service-ILL)
                                   -     บริการจัดส่งเอกสาร (Document Delivery Service-DD)
                                   -     บริการชี้แนะแหล่งข้อมูล (Referral Service หรือ Information and Referral Service-I&R)
                       1.2.2   บริการสอนการใช้ (Instruction services) สอนผู้ใช้ในการค้นคว้า และการใช้เครื่องมือค้นได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้ใช้รู้สารสนเทศ (information literacy skills)
                                   -     บริการสอน/แนะนำเฉพาะบุคคล (One-to-One Instruction) ในการค้นคว้าหรือแนะนำการอ่าน
                                   -     ให้บริการเป็นกลุ่ม (Group Instruction) เช่นการนำชมห้องสมุด การสอนการใช้เครื่องมือการค้นคว้า
                      1.2.3   บริการแนะนำ (Guidance services) การแนะนำให้ผู้ใช้เข้าถึงแหล่งสารสนเทศที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกและสามารถชี้แนะแหล่งสารสนเทศให้แก่ผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว เช่น
                                   -     บริการแนะนำการอ่าน (Readers’ Advisory Services)
                                   -     บริการการอ่านบำบัด (Bibliotherapy)
                                   -     บริการปรึกษาแนะนำทำรายงาน (Term-Paper Counseling)
                                   -     บริการแนะนำและช่วยการวิจัย (Research Assistance and Consulting) 
                3. บริการเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ วัยรุ่น เด็ก เป็นต้น